อุปกรณ์ BlackBerry มิติใหม่ของหาเสียงเลือกตั้งไทย ปี 2554

ในช่วงสองปีนี้ ประเทศไทยมีสมาชิกในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพิ่มขึ้น 4,000 เปอร์เซนต์ นับได้ว่ามีอัตราเติบโตสูงที่สุดเป็นอันดับ3 ของโลก ทำให้พรรคการเมืองต่างๆใช้ช่องทางเครือข่ายสังคม (Social Network) เป็นหนทางในการเปิดประตูสู่ฐานเสียงของคนรุ่นใหม่ ซึ่งการตอบรับเป็นไปอย่างดียิ่ง

ในการเลือกตั้งทุกครั้ง การสร้างคะแนนนิยมให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การมีผู้สมัครที่ดี นโยบายพรรคที่ดี แต่ประชาชนขาดการรับรู้ ก็เป็นการยากที่พรรคและผู้สมัครสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ การเลือกตั้งที่ใช้สื่อแบบเก่า เช่น ใบปลิวหาเสียง ป้ายโฆษณา สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ดูจะไม่ใช่สื่ออย่างเดียวในการหาเสียงแล้วเพราะการเลือกตั้งปี 2554 นี้ การหาเสียงทางเครือข่ายสังคม เช่น Face Book, Twitter มีบทบาทอย่างมากต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ใช้นับสิบล้านคนรวมทั้งการหาเสียงทางเครือข่ายสังคมไม่มีค่าใช้จ่ายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว การเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งพรรคการเมืองและผู้สมัครได้ใช้เครือข่ายสังคมมาเป็นประโยชน์ในการหาเสียงอย่างมาก มีการนำอุปกรณ์ BlackBerry ซึ่งมีจุดเด่นด้านการสื่อสารรอบด้านมาใช้งานด้านการหาเสียงอย่างกว้างขวาง

สำหรับพรรคใหญ่ 2 พรรคอย่าง พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็ใช้เครือข่ายสังคมมาเป็นจุดสำคัญในการหาเสียงครั้งนี้ โดยพรรคเพื่อไทยจะเน้นหนักไปที่ข้อมูล เนื้อหาสาระ ผลงานของพรรคในรูปคอร์ปอเรท แบรนดิ้ง มากกว่าการสื่อสารในการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้หวังการใช้ Social Media สร้างกระแสหลัก สาเหตุที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเครือข่ายสังคมเป็นกระแสหลักเพราะว่า ฐานเสียงหลักของพรรคเพื่อไทย คือ คนต่างจังหวัดหรือคนรากหญ้าที่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตมากเหมือนคนเมือง เพราะฉะนั้นการใช้สื่อนี้จึงเหมือนชกลมไม่ตรงเป้า แตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้สื่อเครือข่ายสังคมเป็นเป้าหมายหลัก เป็นสื่อกระแสหลัก เพราะทางพรรคถือว่า Social Media เป็นการสื่อสารสองทาง เพราะสามารถสื่อสารระหว่างพรรคและประชาชนได้โดยตรง ทำให้ได้รับความคิดเห็นโดยตรงของประชาชน สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คาดหวังคือ คะแนนจากกลุ่มวัยรุ่นที่มีสิทธิลงคะแนนเป็นครั้งแรก (First Voter) และคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่ในปัจจุบันมีการใช้ Smart Phone gps phone อย่าง BlackBerry จำนวนมาก ซึ่งเป็นที่มีฟังชั่นการใช้งานหลากหลายนานาชนิด เช่น Media Player, ออร์แกไนเซอร์, ซึ่งสามารถรองรับการสื่อสารทางด้านเครือข่ายสังคมได้อย่างเต็มที่

จาก Pager สู่ โทรศัพท์ Blackberry

RIM (Research in Motion) บริษัทจากประเทศแคนาดา เปิดตัวในปี 1999 ในระยะเริ่มแรกBlackberry เป็นเพียงเพจเจอร์ขนาดเล็ก ที่ผู้ใช้สามารถพิมพ์ข้อความรับส่งกันเอง เป็นการรับส่งในลักษณะสองทาง และในปี 2545 จึงได้มีการผลิต Smart phone เหมือนในปัจจุบัน
คุณสมบัติพิเศษ 3 ประการของโทรศัพท์ Blackberry คือ
1.เทคโนโลยี่การส่งอีเมล์แบบผลัก (Push Mail Technology) เมื่อมีอีเมล์เข้ามา ระบบserverจะส่งมาที่เครื่องBlackberry ในทันทีและข้อมูลจะปรากฏที่หน้าจอ ผู้ใช้จะได้รับข้อมูลในทันที โดยจะสามารถรู้ข้อมูลและรับไฟล์ที่แนบมาได้อย่างรวดเร็ว และนอกจากนี้ระบบป้องกันที่ดีเยี่ยมทำให้การแฮคข้อมูลก็เป็นไปได้ยาก เพราะในโทรศัพท์ Blackberry จะมีระบบรหัส 2 รูปแบบ ที่จะป้องกันข้อมูลของผู้ใช้
2.ระบบ Blackberry Messenger ที่สามารถแชตด้วยกันระหว่างผู้ที่ใช้โทรศัพท์ Blackberry ด้วยกันเอง โดยสามารถแชตด้วยกันได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเปิดเครื่องหรือปิดเครื่องก็ตาม
3.ระบบ (Always on and connect) โดย โทรศัพท์ BlackBerry จะเชื่อมต่ออยู่กับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ทำให้มีความสามารถในการรับส่งอีเมล์แบบเรียลไทม์ และสามารถแชตได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน
RIM ได้ทำการพัฒนาโทรศัพท์ Blackberry มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นยุคการเชื่อมต่อทั่วโลกด้วยเทคโนโลยี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดย BlackBerry Bold ทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น BlackBerry Bold 9000 หรือ BlackBerry Bold 9780 ล้วนเป็น Smart Phone ที่ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับความหรูหรา มีระดับ ตอบสนองการใช้งานในธุรกิจได้แบบมืออาชีพ
Blackberry Bold 9000 สุดยอดแห่งโทรศัพท์อัจฉริยะ เป็นโทรศัพท์ Blackberry รุ่นแรกใน series 9000 และเป็นรุ่นแรกที่สามารถใช้งานภาษาไทยได้หลาย function มีการสื่อสารอีเมล์ที่นักธุรกิจมืออาชีพยอมรับ รองรับเทคโนโลยี่ 3G, WiFi, GPS สมรรถนะการทำงานที่เหนือชั้น ที่เด่นคือจอภาพในการเปิดตัวครั้งแรกได้รับคำชมว่า “ this is the best screen we’ve ever seen on a mobile device”
จาก Pager สู่ Smart phone โทรศัพท์ Blackberry ได้กลายเป็นอัจฉริยะแห่งการเชื่อมโยงเทคโนโลยีแห่งการสื่อสาร

GPS (Global Position System) สิ่งดีๆ ที่ BlackBerry มีให้

GPS คือการระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลก ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักในการทำงาน คือ

1. ส่วนควบคุม ประกอบด้วยสถานีภาคพื้นดิน สถานีใหญ่อยู่ที่ Falcon Air force Base ประเทศอเมริกา

2. ส่วนอวกาศ ประกอบด้วยเครือข่ายดาวเทียม 3 ค่าย คือ อเมริกา รัสเซีย ยุโรป ของอมริกาชื่อ Navstar (Navigation Satellite Timing and Ranging GPS) มีดาวเทียม 28 ดวง ใช้งานจริง 24 ดวง ที่เหลือเป็นสำรอง บริหารงานโดย Department of Defenses, ยุโรปชื่อ Galileo มี 27 ดวง บริหารงานโดย บริหารงานโดย ESA (European Satellite Agency), รัสเซียชื่อ GLONASS (Global Navigation Satellite) บริหารโดย Russia VKS (Russia Military Space Force)

3. ส่วนผู้ใช้งาน ต้องมีเครื่องรับสัญญาณรับคลื่นและแปรรหัสจากดาวเทียมเพื่อนำมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ

GPS และ GPRS แตกต่างกันอย่างไร GPRS ย่อมาจาก General Packet Radio Service เป็นระบบการสื่อสารแบบไร้สาย สำหรับโทรศัพท์มือถือ, notebook, PDA เพื่อใช้งานกับอินเตอร์เน็ต

GPS ทำงานอย่างไร ผู้ใช้จะต้องมีเครื่องรับสัญญาณGPS รวมทั้งหน่วยวัดประมวลผล โดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความต้องการในการใช้งาน เพื่อจัดทำเป็นโปรแกรมแผนที่และข้อมูล การรับสัญญาณจากดาวเทียมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่การใช้งานระบบแผนที่จะมีค่าใช้จ่ายตามที่บริษัทที่จัดทำได้กำหนดขึ้น

อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ GPS ประกอบด้วยตัวรับสัญญาณ โปรแกรม ข้อมูลแผนที่ หน่วยประมวลผล สำหรับGPS ที่มีความเสถียรสูงได้แก่ PND (Personal/ Portable Navigation Device) หรือใช้ในรูปแบบ gps phone อย่างระบบของ BlackBerry ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในเวลาหลงทางหรือต้องการข้อมูลในการหาสถานที่ที่ต้องการ สำหรับโทรศัพท์รุ่นใหม่ หรือ Smart Phone นอกจากจะสามารถใช้ GPS เป็นระบบนำทางแล้ว ยังมีความสามารถในการใช้งานหลากหลายรูปแบบทั้ง ติดต่อสื่อสารเครือข่ายสังคม, ออร์แกไนเซอร์, Media Player

สำหรับประเทศไทย GPS ยังเป็นของใหม่และมีการใช้งานในวงแคบ แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีในอนาคต เพราะเริ่มมีแท็กซี่บางส่วนได้นำระบบ GPS ไปติดตั้งใช้งานแล้ว ถ้ามีการนำ GPS ไปติดตั้งในรถต่างๆ เช่น รถบรรทุก รถยนต์ ก็จะเป็นการสร้างความปลอดภัยมากขึ้นในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้ใช้ BlackBerry จะได้รับประโยชน์ด้านนี้อย่างคล่องตัว คุ้มค่า

Web Directory - All Sites Sorted